• เสกสุสานศานติคาม ประจำปี 2563/2020 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563/2020 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมพระสันตปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 (บริเวณ โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน) / ค่าบำรุงสุสาน สามารถชำระผ่านบัญชี ธนาคารทหารไทย สาขาสามพราน ชื่อบัญชี มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพ (ศานติคาม) เลขที่ 525-2-07525-3 และธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ โลตัส สามพราน นครปฐม ชื่อบัญชี สุสานโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ (ศานติคาม) เลขที่บัญชี 904-009229-9 แล้วส่งเอกสารการโอนมาที่ เบอร์โทรสาร. 02-4290864 พร้อมเขียนเบอร์หลุมหรือชื่อผู้ตาย และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ มาด้วยทุกครั้ง / มิสซาระลึกถึงผู้ล่วงลับประจำเดือน จะจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่ 4 ของเดือน ในเดือนนี้ ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2562/2019 เวลา 16.30 น. คุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล เป็นประธาน/ บรรจุกระดูก เทเรซา จันทร์เพ็ญ เข็มสว่าง วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2019 คอนโด 2-4-0224/ บรรจุกระดูก เปโตร พันเอก(พิเศษ) วุฒิสนธิ์ เข็มสว่าง วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2019 คอนโด 2-4-0225/ บรรจุศพ เทเรซา ลำดวน แสงเป่า วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2019 โซน 5 หลุม 4511/ บรรจุศพ มารีอา วงเดือน เขมกวัฒน์ วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2019 โซน 3 หลุม 3024

S__15482889.jpg

วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์

2/5  ม.6  ถ.เพชรเกษม  ต.ท่าข้าม  อ.สามพราน  จ.นครปฐม  73110

โทรศัพท์ 02-4290117-8 โทรสาร 0-2429-0864 มือถือ 087-5314490

เว็บไซต์ www.santikham.com อีเมล info@santikham.com

พื้นที่บริเวณ กม.ที่ 30 ฝั่งขวาของถนนเพชรเกษม จากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดนครปฐม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้ทำการสร้างสามเณราลัยนักบุญยอแซฟฯ สามพราน จากความรับผิดชอบดำเนินการของพระคุณเจ้ายวง นิตตโย เพื่อเป็นสถานที่เตรียมผู้ที่จะบวชเป็นพระสงฆ์ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ แยกจากบ้านเณรดาราสมุทร ศรีราชา ควบคู่ไปกับการสร้าง โรงเรียนยอแซฟอุถัมภ์ เปิดให้บริการด้านการศึกษาแก่บรรดาเด็กและเยาวชน ในละแวกบางแค สามพราน นครปฐม ในปีการศึกษา 2507/1962

ส่วนบริเวณซอยหมอศรี (ปัจจุบัน คือ ซอยศรีเสถียร) เป็นทุ่งนา  จนกระทั่งปี พ.ศ. 2510  คุณศรี  ภูรีโรจน์  หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า  “หมอศรี”  ได้ทำการจัดสรรแบ่งขายที่ดินเป็นแปลงเล็กๆ  ขนาด  100-200 ตารางวา  โดยมีจุดประสงค์ที่จะให้เป็นหมู่บ้านคาทอลิก   และในระยะเวลานั้นวิทยาลัยแสงธรรมก็ได้ก่อสร้างขึ้น  รวมทั้งยังมีวัดนักบุญเปโตรซึ่งเป็นวัดใหญ่ และเก่าแก่วัดหนึ่งในอัครสังฆณฑลกรุงเทพฯ  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่จัดสรรแห่งนี้ คริสตชนที่อยู่ในบริเวณนี้ก็สามารถไปร่วมมิสซา  และพิธีกรรมต่างๆ ได้จึงมีคาทอลิกจากวัดเซนต์หลุยส์  วัดอัสสัมชัญ  วัดกาลหว่าร์  วัดสามเสน อำเภอขลุง จันทบุรี  ราชบุรี  อยุธยา  ปทุมธานี  นครราชสีมา  และวัดอื่นๆ  อีกหลายแห่งเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้ ต่อมาก็มีบ้านนักบวชที่มาสร้างอยู่ในซอยนี้เช่นกันนั่นคือ บ้านคณะคามิลเลี่ยน  บ้านคณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (O.M.I.)  และบ้านซิสเตอร์คณะซาเลเซียน  ดังนี้คริสตชนในซอยศรีเสถียรจึงได้ไปร่วมมิสซา และพิธีกรรมต่างๆ  ตามบ้านนักบวชเหล่านี้

กลางปี  พ.ศ. 2533  คุณพ่อพิบูลย์  วิสิฐนนทชัย  (ขณะนั้นเป็นอธิการบ้านเณรเล็กยอแซฟ) ได้เชิญคริสตชนที่อาศัยอยู่ในซอยศรีเสถียรมาประชุมพร้อมกันที่หอประชุมโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ เพราะคุณพ่อเห็นว่าคริสตชนที่นี่ต่างคนต่างอยู่ไม่รู้จักกันคุณพ่อจึงมีความปรารถนาที่จะให้พวกเขามีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน  เพื่อพัฒนาชีวิตภายในของพวกเขาให้ดีขึ้น  ในการประชุมนั้นคุณพ่อให้ทุกคนเสนอความคิดเห็น  ต่างมีความเห็นพ้องต้องกันว่าอยากให้มีวัดในซอยหมอศรี  คุณพ่อจึงแนะนำให้พวกเขารวมตัวกันให้ได้ก่อนโดยให้มีการพบปะกันเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสวดภาวนาร่วมกันทุกอาทิตย์ คือทุกคืนวันเสาร์  โดยใช้สถานที่ของบ้านคณะคามิลเลี่ยน  ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคุณพ่อโจวันนี  คอนตารีน(ค.พ.ยอห์น)  และเป็นกำลังที่เข้มแข็งของกลุ่ม  นอกจากนั้นคุณพ่อพิบูลย์ ยังได้เชิญคุณพ่ออาเรนส์  บรูโน  และบราเดอร์ (คณะ O.M.I.) และซิสเตอร์คณะ ซาเลเซียน(โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์) เข้าร่วมประชุมด้วย  พร้อมทั้งให้มีการสำรวจคริสตังในบริเวณซอยศรีเสถียรและใกล้เคียง  ซึ่งพบว่าในเวลานั้นมีคริสตังอยู่ประมาณ  70 ครอบครัว

การรวมตัวครั้งนั้นคุณพ่อแนะนำให้พวกเขาตั้งกลุ่มแม่บ้าน  กลุ่มพ่อบ้าน  กลุ่มเยาวชน เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมวันแม่ วันพ่อ  วันเยาวชน  วันผู้สูงอายุ  นอกนั้นยังมีการสวดสายประคำตามบ้าน  เพื่อสวดภาวนาร้องเพลงอวยพร  ในเทศกาลพระคริสตสมภพและอื่นๆ  ในการทำกิจกรรมต่างๆ  ทางกลุ่มต้องขอใช้สถานที่จากบ้านคณะคามิลเลี่ยนบ้าง บ้านสวนยอแซฟบ้าง  โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์บ้าง  พวกเขาจึงได้ปรารภกันว่าน่าจะมีสถานที่หรือวัดของชุมชนเอง  เพื่อจะได้ร่วมพิธีกรรม  ทำกิจศรัทธา  หรือทำกิจกรรมต่างๆ  ได้อย่างเป็นกิจจะลักษณะให้ดียิ่งขึ้น   

นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ  เมื่อทางคณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (O.M.I.) ได้จัดให้มีการเสกบ้านของคณะขึ้น  โดยพระคุณเจ้าพระคาร์ดินัล มีชัย กิจบุญชู  เป็นประธาน  พวกเขาก็ ได้เรียนถามพระคุณเจ้าว่าชุมชนชาวศรีเสถียรจะมีหวังได้มีวัดของตนเองหรือไม่  พระคุณเจ้าได้กรุณาตอบว่า  มีแน่ๆ แต่กำหนดแน่นอนไม่ได้ว่าเมื่อไร  ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาชุมชนก็มีความหวังว่าจะได้มีวัดแน่นอน

เมื่อคุณพ่อพิบูลย์  เห็นว่าพวกเขาได้มีการรวมกลุ่มกันดีแล้ว  จึงได้ค่อยๆ  วางมือไปเพื่อให้พวกเขาจัดการบริหารกลุ่มกันเอง  คุณพ่อได้เน้นว่าจะต้องพึ่งตัวเอง  ช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ได้จะยึดติดอยู่กับพระสงฆ์  นักบวชองค์ใดองค์หนึ่งเป็นแกนนำตลอดไปไม่ได้ เพราะมีการสับเปลี่ยน  โยกย้ายหน้าที่  ความรับผิดชอบอยู่ตามวาระ  แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  เมื่อคุณพ่อพิบูลย์ได้ย้ายไปรับหน้าที่ในกรุงเทพฯ  อีกทั้งคุณพ่อ  บราเดอร์และ ซิสเตอร์หลายท่านก็โยกย้ายกันไปในที่ต่างๆ  กลุ่มก็ขาดแกนนำ  กิจกรรมต่างๆ  ก็ลดน้อยถอยลง  

ต่อมาชาวบ้านก็ได้รวมตัวกันอีกครั้งโดยมีคุณพ่อไพรัช  ศรีประเสริฐ  เป็นผู้นำในครั้งนี้เป็นการรวมตัวครั้งที่สองพร้อมกับพี่น้องที่มิใช่คาทอลิก  โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาซอยศรีเสถียรที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม  ด้วยการซ่อมแซมและปรับปรุงถนนสายหลัก  ล้างและซ่อมท่อระบายน้ำ  ติดไฟริมถนนสายหลักเพื่อให้แสงสว่างแก่ผู้ที่สัญจรไปมาในเวลาค่ำคืน  ซึ่งนับได้ว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับสังคมซอยศรีเสถียร 

จากนั้นอีก 2-3 ปี  ในบริเวณที่ดินของสัฆมณฑลตรงปากซอยซ้ายมือ(จากถนนเพชรเกษม) ได้มีการล้อมรั้วลวดหนาม  ถมดิน และเริ่มก่อสร้างอาคารช่วงเวลานั้นมีเสียงพูดต่างๆ  กันไป  บ้างว่าเป็นการสร้างสนามกีฬา  บ้างว่าเป็นโรงเรียน  บ้างว่าเป็นหอประชุม ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการสร้างสุสานศานติคาม ซึ่งเป็นสุสานกลางของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ที่สุดอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ โดยพระคาร์ดินัลมีชัย กิจบุญชู ได้อนุมัติให้ก่อสร้างวัด พร้อมบ้านพักพระสงฆ์ บ้านพักภคินีในปี 2540/1997  ทำการเสกและเปิดวัดให้เป็นวัดของชุมชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤษภาคม 2542/1999 โดยให้ชื่อว่า “วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์”

ลำดับพระสงฆ์เจ้าอาวาส

คพ.ถนอมศักดิ์.jpg

คพ.เบเนดิก ถนอมศักดิ์ เลื่อนประไพ (1998-2002) เจ้าอาวาสองค์แรก รับตำแหน่งในขณะที่กำลังทำการก่อสร้างวัด บ้านพักพระสงฆ์ บ้านพักภคินี ปลูกต้นไม้บริเวณรอบวัด สุสาน จัดเตรียมการเปิดและเสกวัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นวรรค์ จัดตั้งสภาภิบาลกลุ่มเยาวชน กลุ่มพลมารี ประสานกับนักบวชคณะคามิลเลี่ยน OMI ซิสเตอร์คณะซาเลเซียน (ร.ร.มารีย์ฯ) และบรรดาสัตบุรุษที่อยู่ในบริเวณซอยหมอศรี เพื่อสร้างชุมชนวัดใหม่ให้เข้มแข็ง ทั้งจัดให้มีการสวดตามบ้านรวมทั้งการเชิญพระกุมารไปตามบ้าน จัดการฉลองวัดประจำปี และการเสกสุสานฯ ประจำปี

คพ.พงษ์เกษม.jpg

คพ.ยอแซฟ พงษ์เกษม สังวาลย์เพ็ชร (2002-2004) เจ้าอาวาสคนที่ 2 อัครสังฆมลฑลกรุงเทพฯ สร้างอาคารเพื่อนักเรียนยอแซฟฯ แผนกสามัญหญิง และแผนกอนุบาล บริเวณหลังที่ตั้งของวัด

คพ.สุรศักดิ์.jpg

คพ.ชาร์ลสโบโรเมโอ สุรศักดิ์ อัมพาภรณ์ (2004-2007) เจ้าอาวาสคนที่ 3 มาเซอร์คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ต ได้เข้าพักประจำที่บ้านภคินี และบริหาร รร.ยอแซฟฯแผนกสามัญหญิง และแผนกอนุบาล

คพ.เดชา.jpg

คพ.ฟรังซิส เซเวียร์ เดชา อาภรณ์รัตน์ (2007-2008) เจ้าอาวาสคนที่ 4 จัดห้องแต่งตัวพระสงฆ์ด้านหลังวัดให้เป็นวัดน้อย เพื่อถวายมิสซาเช้าสำหรับมาเซอร์ ภายหลังปรับมาใช้ในวัดมุมนักขับร้องสำหรับถวายมิสซาเช้าแทนหลังวัด

คพ.ชูศักดิ์.jpg

คพ.ฟิลิป ชูศักดิ์ บุญอนันตบุตร (2008-2009) เจ้าอาวาสคนที่ 5

คพ.ชัชวาล.jpg

คพ.เปโตร ชัชวาล ศุภลักษณ์ (2009 - ) เจ้าอาวาสคนที่ 6 เดือนกรกฎาคม 2009/2552 จัดกั้นกระจกชั้นลอยหน้าวัดพร้อมติดเครื่องปรับอากาศเพื่อเป็นวัดน้อย สำหรับถวายมิสซาเช้าให้มาเซอร์ในวันธรรมดา ตั้งรูปแม่พระด้านนอกหน้าวัดฝั่งซ้าย และทำการเสกในเดือนสิงหาคม 2011/2554 พร้อมทั้งจัดสร้างอนุสาวรีย์พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ที่บริเวณวงเวียนหน้าวัด และทำการเสกโดยพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2011/2554 ปี 2012/2555 ขออนุญาตอัครสังฆมลฑลติดเครื่องปรับอากาศในวัด โดยระดมทุนจากสัตบุรุษ และผู้มีจิตศรัทธา งบประมาณ 4 ล้านบาท เริ่มดำเนินการติดตั้งในเดือนตุลาคม 2013/2556 เริ่มใช้เป็นทางการในวันปาสกาปี 2014/2557

" ปรับปรุงล่าสุด เดือนกุมภาพันธ์ 2019 โอกาสครบรอบ 20 ปี เสกวัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์"

 

หน้าแรก | ประวัติสุสาน | ประวัติวัด | ค้นหาหลุมศพ | ตารางมิสซาประจำเดือน | ตารางมิสซา | ข่าวสาร | รวมรูปภาพ | ติดต่อเรา

Copyright © 2009 ศานติคาม สุสานมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพ ฯ

Visitors: Since 10-10-2009